
ลาออกเองกับถูกเลิกจ้าง ต่างกันยังไง มีผลต่อเงินชดเชยแค่ไหน
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการลาออกเองกับการถูกเลิกจ้าง ทั้งเรื่องค่าชดเชยตามกฎหมาย เงินทดแทนกรณีว่างงาน และผลกระทบระยะยาว
"ลาออกเอง" กับ "ถูกเลิกจ้าง" ฟังดูต่างกันชัดเจน แต่บางสถานการณ์ก็คลุมเครือ เช่น การถูกกดดันให้ลาออกเอง (constructive dismissal) ความแตกต่างนี้สำคัญมากเพราะมีผลโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของคุณ
ความแตกต่างหลัก
ลาออกเอง คือการที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายตัดสินใจยุติสัญญาจ้างเอง โดยไม่มีค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (นอกจากค่าจ้างและสิทธิ์ที่ค้างอยู่ตามปกติ)
ถูกเลิกจ้าง คือการที่นายจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญาจ้าง ซึ่งตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจ่าย ค่าชดเชย ตามอายุงาน นอกเหนือจากค่าจ้างค้างจ่ายตามปกติ (ยกเว้นกรณีเลิกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายระบุไว้)
โฆษณา
อัตราค่าชดเชยตามอายุงาน (กรณีถูกเลิกจ้าง)
ค่าชดเชยเป็นสิทธิตาม มาตรา 118 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน คำนวณจากอายุงานต่อเนื่อง โดยหลักการทั่วไป (ไม่นับกรณีเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119)
- ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 30 วัน
- ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 90 วัน
- ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 180 วัน
- ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 240 วัน
- ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 300 วัน
- ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 400 วัน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นขั้นต่ำตามกฎหมาย บางบริษัทอาจจ่ายมากกว่านี้ตามนโยบายภายใน ควรตรวจสอบสัญญาจ้างหรือคู่มือพนักงานประกอบด้วยเสมอ อ่านตัวบทฉบับเต็มได้ที่กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ข้อสังเกตเรื่องเลข 120 วัน ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของค่าชดเชยตามมาตรา 118 ไม่ใช่กฎเรื่องระยะทดลองงานอย่างที่มักเข้าใจกัน คนที่ถูกเลิกจ้างตอนทำงาน 119 วันจึงไม่ได้ค่าชดเชยตามมาตรานี้ ขณะที่คนทำงาน 121 วันได้ 30 วัน — ต่างกันสองวันแต่ต่างกันหนึ่งเดือนเงินเดือน
และค่าชดเชยเป็นคนละก้อนกับค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวตามมาตรา 17 ลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มอีกต่างหาก ไม่ใช่รวมอยู่ในค่าชดเชย
เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมก็ต่างกันด้วย
นอกจากค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมก็แตกต่างกันตามสาเหตุการออกจากงานเช่นกัน — ลาออกเองได้ 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 90 วัน ส่วนถูกเลิกจ้างได้ 50% หรือ 60% ไม่เกิน 180 วัน (อัตรายังมีข้อมูลขัดกัน ดูหมายเหตุด้านล่าง)
ทั้งสองกรณีคิดจากฐานเงินสมทบซึ่งมีเพดาน ไม่ใช่เงินเดือนเต็มจำนวน และสิทธิเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ตามมาตรา 79 พระราชบัญญัติประกันสังคม โดยต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันจึงจะได้ย้อนกลับไปถึงวันนั้น
หมายเหตุ อัตรา 60% มาจากกฎกระทรวงปี 2568 ที่สื่อหลายสำนักรายงานตรงกัน แต่หน้าหลักเกณฑ์บน sso.go.th ที่เราตรวจล่าสุดยังแสดง 50% อยู่ ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้โทร 1506 ยืนยันก่อน
อ่านรายละเอียดเต็มพร้อมตารางคำนวณเป็นบาทได้ที่ ลาออกแล้วได้สิทธิอะไรบ้าง
แล้วถ้าถูกกดดันให้ "ลาออกเอง" ล่ะ
สถานการณ์ที่ซับซ้อนที่สุดคือกรณีที่นายจ้างกดดัน บีบบังคับ หรือสร้างสภาพแวดล้อมที่ทนไม่ไหวจนต้องลาออกเอง (ในหลายประเทศเรียกว่า constructive dismissal) กรณีแบบนี้ในทางกฎหมายไทยอาจถูกตีความว่าเป็นการเลิกจ้างโดยปริยายได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเฉพาะราย
หากตกอยู่ในสถานการณ์นี้ แนะนำให้
- เก็บหลักฐานการสื่อสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง (อีเมล ข้อความ)
- ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ก่อนตัดสินใจยื่นใบลาออกเอง
- พิจารณาปรึกษาทนายความหากมูลค่าความเสียหายสูง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง
โฆษณา
ตัวอย่างการคำนวณจริง
สมมติพนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ทำงานมาแล้ว 4 ปี
ถ้าถูกเลิกจ้าง: ได้ค่าชดเชยตามกฎหมาย 180 วัน (เทียบเท่า 6 เดือน) = 150,000 บาท บวกเงินทดแทนว่างงานจากประกันสังคม 50–60% ของฐานค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบ นาน 180 วัน ถ้าฐานเงินสมทบอยู่ที่เพดาน 17,500 บาท คือราว 52,500–63,000 บาท
ถ้าลาออกเอง: ไม่ได้ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานเลย ได้เพียงเงินทดแทนว่างงานจากประกันสังคม 30% ของฐานค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบ นาน 90 วัน ที่เพดาน 17,500 บาทคือราว 15,750 บาท
เงินทดแทนไม่ได้คำนวณจากเงินเดือนจริงเต็มจำนวน แต่คำนวณจากฐานค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบซึ่งมีเพดาน 17,500 บาทต่อเดือน (ปรับจาก 15,000 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 12 ธันวาคม 2568) ตัวเลขที่ได้จริงจึงขึ้นกับประวัติการส่งเงินสมทบของแต่ละคน ควรตรวจสอบกับ sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ก่อนนำไปวางแผนการเงิน
แต่สิ่งที่ตัวอย่างนี้แสดงชัดคือ ความแตกต่างหลักไม่ได้อยู่ที่เงินทดแทนว่างงาน แต่อยู่ที่ ค่าชดเชยหลักแสนที่หายไปทั้งก้อน เมื่อสถานะเปลี่ยนจาก "ถูกเลิกจ้าง" เป็น "ลาออกเอง" จึงเป็นเหตุผลที่ควรทำความเข้าใจสถานะของตัวเองให้ชัดเจนก่อนเซ็นเอกสารใดๆ
คำนวณจากอายุงานและเงินเดือนของคุณเองได้ที่ ลาออกเองเสียเงินเท่าไร? เทียบกับถูกเลิกจ้าง
สรุปเปรียบเทียบแบบเร็ว
| ลาออกเอง | ถูกเลิกจ้าง | |
|---|---|---|
| ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน | ไม่มี | มี (ตามอายุงาน) |
| เงินทดแทนว่างงาน (ประกันสังคม) | 30% นาน 90 วัน | 50–60% นาน 180 วัน |
| ต้องแจ้งล่วงหน้า | ใช่ (ฝ่ายลูกจ้าง) | ใช่ (ฝ่ายนายจ้าง) |
▍คำถามที่พบบ่อย
ถูกให้เลือกระหว่าง "ลาออกเอง" กับ "ถูกเลิกจ้าง" ควรเลือกแบบไหน?
โดยทั่วไปการถูกเลิกจ้างให้สิทธิประโยชน์มากกว่า (ค่าชดเชย + เงินทดแทนอัตราสูงกว่า) หากนายจ้างเสนอทางเลือกนี้ ควรพิจารณาให้รอบคอบและอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
สัญญาจ้างครบกำหนด (fixed-term) นับเป็นถูกเลิกจ้างไหม?
กรณีสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนและสิ้นสุดตามกำหนดนั้น โดยหลักไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรตรวจสอบเป็นกรณีไป
ค่าชดเชยกับเงินทดแทนว่างงานประกันสังคม ได้พร้อมกันไหม?
ได้ เป็นคนละส่วนกัน ค่าชดเชยจ่ายโดยนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน ส่วนเงินทดแทนว่างงานจ่ายโดยสำนักงานประกันสังคม ไม่หักลบกัน
▍อ่านต่อ
เครื่องมือ: สร้างใบลาออก · คำนวณวันลาออก · เช็คลิสต์หลังลาออก
โฆษณา