ResignWise

19 สิงหาคม 2569

ลาออกเองกับถูกเลิกจ้าง ต่างกันยังไง มีผลต่อเงินชดเชยแค่ไหน

"ลาออกเอง" กับ "ถูกเลิกจ้าง" ฟังดูต่างกันชัดเจน แต่บางสถานการณ์ก็คลุมเครือ เช่น การถูกกดดันให้ลาออกเอง (constructive dismissal) ความแตกต่างนี้สำคัญมากเพราะมีผลโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของคุณ

ความแตกต่างหลัก

ลาออกเอง คือการที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายตัดสินใจยุติสัญญาจ้างเอง โดยไม่มีค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (นอกจากค่าจ้างและสิทธิ์ที่ค้างอยู่ตามปกติ)

ถูกเลิกจ้าง คือการที่นายจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญาจ้าง ซึ่งตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจ่าย ค่าชดเชย ตามอายุงาน นอกเหนือจากค่าจ้างค้างจ่ายตามปกติ (ยกเว้นกรณีเลิกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายระบุไว้)

อัตราค่าชดเชยตามอายุงาน (กรณีถูกเลิกจ้าง)

ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานคำนวณจากอายุงานต่อเนื่อง โดยหลักการทั่วไป (ไม่นับกรณีเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรง)

  • ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 30 วัน
  • ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 90 วัน
  • ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 180 วัน
  • ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 240 วัน
  • ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 300 วัน
  • ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 400 วัน

ตัวเลขเหล่านี้เป็นขั้นต่ำตามกฎหมาย บางบริษัทอาจจ่ายมากกว่านี้ตามนโยบายภายใน ควรตรวจสอบสัญญาจ้างหรือคู่มือพนักงานประกอบด้วยเสมอ

เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมก็ต่างกันด้วย

นอกจากค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมก็แตกต่างกันตามสาเหตุการออกจากงานเช่นกัน — ลาออกเองได้ 30% ของค่าจ้าง นาน 90 วัน ส่วนถูกเลิกจ้างได้ 50% ของค่าจ้าง นาน 180 วัน อ่านรายละเอียดเต็มพร้อมเงื่อนไขคุณสมบัติได้ที่ ลาออกแล้วได้สิทธิอะไรบ้าง

แล้วถ้าถูกกดดันให้ "ลาออกเอง" ล่ะ

สถานการณ์ที่ซับซ้อนที่สุดคือกรณีที่นายจ้างกดดัน บีบบังคับ หรือสร้างสภาพแวดล้อมที่ทนไม่ไหวจนต้องลาออกเอง (ในหลายประเทศเรียกว่า constructive dismissal) กรณีแบบนี้ในทางกฎหมายไทยอาจถูกตีความว่าเป็นการเลิกจ้างโดยปริยายได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเฉพาะราย

หากตกอยู่ในสถานการณ์นี้ แนะนำให้

  • เก็บหลักฐานการสื่อสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง (อีเมล ข้อความ)
  • ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ก่อนตัดสินใจยื่นใบลาออกเอง
  • พิจารณาปรึกษาทนายความหากมูลค่าความเสียหายสูง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง

ตัวอย่างการคำนวณจริง

สมมติพนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ทำงานมาแล้ว 4 ปี

ถ้าถูกเลิกจ้าง: ได้ค่าชดเชยตามกฎหมาย 180 วัน (เทียบเท่า 6 เดือน) = 150,000 บาท บวกเงินทดแทนว่างงานจากประกันสังคมอีก 50% ของฐานค่าจ้าง 15,000 บาท นาน 180 วัน = ประมาณ 7,500 บาทต่อเดือน

ถ้าลาออกเอง: ไม่ได้ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานเลย ได้เพียงเงินทดแทนว่างงานจากประกันสังคม 30% ของฐานค่าจ้าง 15,000 บาท นาน 90 วัน = ประมาณ 4,500 บาทต่อเดือน

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นชัดว่าความแตกต่างระหว่างสองสถานะมีผลต่อรายได้หลังออกจากงานมากพอสมควร จึงเป็นเหตุผลที่ควรทำความเข้าใจสถานะของตัวเองให้ชัดเจนก่อนเซ็นเอกสารใดๆ

สรุปเปรียบเทียบแบบเร็ว

ลาออกเองถูกเลิกจ้าง
ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานไม่มีมี (ตามอายุงาน)
เงินทดแทนว่างงาน (ประกันสังคม)30% นาน 90 วัน50% นาน 180 วัน
ต้องแจ้งล่วงหน้าใช่ (ฝ่ายลูกจ้าง)ใช่ (ฝ่ายนายจ้าง)

สร้างใบลาออกที่ถูกต้องและเป็นทางการ →

คำถามที่พบบ่อย

ถูกให้เลือกระหว่าง "ลาออกเอง" กับ "ถูกเลิกจ้าง" ควรเลือกแบบไหน? โดยทั่วไปการถูกเลิกจ้างให้สิทธิประโยชน์มากกว่า (ค่าชดเชย + เงินทดแทนอัตราสูงกว่า) หากนายจ้างเสนอทางเลือกนี้ ควรพิจารณาให้รอบคอบและอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

สัญญาจ้างครบกำหนด (fixed-term) นับเป็นถูกเลิกจ้างไหม? กรณีสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนและสิ้นสุดตามกำหนดนั้น โดยหลักไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรตรวจสอบเป็นกรณีไป

ค่าชดเชยกับเงินทดแทนว่างงานประกันสังคม ได้พร้อมกันไหม? ได้ เป็นคนละส่วนกัน ค่าชดเชยจ่ายโดยนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน ส่วนเงินทดแทนว่างงานจ่ายโดยสำนักงานประกันสังคม ไม่หักลบกัน