
ลาออกแล้วได้สิทธิอะไรบ้าง ประกันสังคม เงินว่างงาน ต้องรู้อะไรบ้าง
สรุปสิทธิที่ควรรู้หลังลาออกจากงาน ทั้งเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม เงื่อนไขคุณสมบัติ และขั้นตอนขึ้นทะเบียน
ข่าว "เงินว่างงานขึ้นเป็น 60%" ที่เห็นกันเมื่อกลางปี 2568 ทำให้หลายคนเข้าใจผิด — อัตราที่ข่าวพูดถึงเป็นของ คนถูกเลิกจ้าง เท่านั้น (และหน้าเว็บประกันสังคมยังแสดง 50% อยู่ ดูหมายเหตุด้านล่าง) คนที่ลาออกเองยังได้ 30% เท่าเดิม และนั่นคือเรื่องแรกที่ควรรู้ก่อนวางแผนการเงินหลังลาออก
บทความนี้สรุปสิทธิที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับหลังลาออกเอง พร้อมตัวเลขเป็นบาท เงื่อนไขที่คนพลาดบ่อยที่สุด และจุดที่ข้อมูลบนเว็บยังขัดกันเอง
ข้อมูลนี้เรียบเรียงจากพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และหน้าหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม ตรวจล่าสุด 4 กันยายน 2569 อัตราและเงื่อนไขมีการปรับเป็นระยะ ก่อนใช้ตัวเลขวางแผนจริงควรยืนยันที่ sso.go.th หรือสายด่วน 1506
เงื่อนไขที่ต้องเข้าครบทุกข้อ
ผู้ที่จะขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และเข้าเงื่อนไขทั้งหมดนี้
- ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนว่างงาน
- ว่างงานต่อเนื่องตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป — ถ้าเริ่มงานใหม่ภายใน 7 วัน จะไม่เข้าเงื่อนไขนี้
- ขึ้นทะเบียนว่างงานกับกรมการจัดหางานภายใน 30 วัน นับจากวันที่ออกจากงาน
- รายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ตามที่นัด
- มีความสามารถทำงานและพร้อมทำงาน ไม่ปฏิเสธการฝึกงานหรือตำแหน่งที่จัดหาให้โดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ต้องไม่เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (มาตรา 78(3))
ข้อสุดท้ายมักถูกเล่าผิดเป็น "อายุเกิน 55 ปีหมดสิทธิ์" ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายเขียน สิทธิชราภาพเป็นคนละเรื่อง เกิดขึ้นเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และ จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (มาตรา 77 ทวิ) คนอายุเกิน 55 ที่ยังไม่เข้าเงื่อนไขสิทธิชราภาพจึงไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ว่างงานโดยอัตโนมัติ
โฆษณา
จุดที่คนพลาดเงินมากที่สุด: วันที่ 8 กับ 30 วัน
สองตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และการเข้าใจสลับกันทำให้เสียเงินจริง
วันที่ 8 คือวันที่สิทธิเริ่มเกิด มาตรา 79 กำหนดว่าผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน "ตั้งแต่วันที่แปดนับแต่วันว่างงานจากการทำงานกับนายจ้างรายสุดท้าย" เจ็ดวันแรกไม่มีสิทธิ์ไม่ว่ากรณีใด
30 วัน คือกำหนดที่ต้องขึ้นทะเบียน และมันเป็นตัวชี้ขาดว่าจะได้เงินย้อนไปถึงวันที่ 8 หรือไม่
| ขึ้นทะเบียน | สิทธิเริ่มนับจาก |
|---|---|
| ภายใน 30 วันหลังออกจากงาน | วันที่ 8 ของการว่างงาน |
| เกิน 30 วัน | วันที่ขึ้นทะเบียนจริง — ช่วงที่ผ่านมาหายไปทั้งหมด |
พูดอีกอย่างคือ การขึ้นทะเบียนช้าไม่ได้ทำให้เสียสิทธิ์ทั้งก้อน แต่ทำให้เสียเงินของช่วงที่ปล่อยผ่านไป และเงินส่วนนั้นขอย้อนหลังไม่ได้ วันแรกที่ว่างจึงควรเป็นวันแรกที่ขึ้นทะเบียน
ได้เงินเท่าไหร่ คิดเป็นบาทแล้วเท่าไหร่
ลาออกเอง — 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 90 วัน ต่อปีปฏิทิน
ถูกเลิกจ้าง — 50% หรือ 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 180 วัน ต่อปีปฏิทิน (อัตรายังมีข้อมูลขัดกัน ดูหมายเหตุด้านล่าง)
การคำนวณไม่ได้ใช้เงินเดือนจริงเต็มจำนวน แต่ใช้ ฐานเงินสมทบ ซึ่งมีขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และเพดาน 17,500 บาท (ปรับจาก 15,000 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569) คนเงินเดือน 40,000 บาทกับคนเงินเดือน 17,500 บาทจึงได้เงินว่างงานเท่ากัน
ตารางนี้คิดจากสูตร ฐานเงินสมทบ ÷ 30 × 30% × จำนวนวัน เพื่อให้เห็นภาพคร่าวๆ ตัวเลขจริงที่ได้รับขึ้นอยู่กับการคำนวณของสำนักงานประกันสังคม
| ฐานเงินสมทบต่อเดือน | ได้ราววันละ | ครบ 90 วันราว |
|---|---|---|
| 10,000 บาท | 100 บาท | 9,000 บาท |
| 13,000 บาท | 130 บาท | 11,700 บาท |
| 15,000 บาท | 150 บาท | 13,500 บาท |
| 17,500 บาท (เพดาน) | 175 บาท | 15,750 บาท |
ตัวเลข 15,750 บาทคือเพดานที่คนลาออกเองได้รับสูงสุดในหนึ่งปีปฏิทิน สำหรับคนเงินเดือน 30,000 ที่เพิ่งลาออก นี่คือรายได้ประมาณ 16 วันของเดือนเดียว กระจายไปสามเดือน — เป็นตัวเลขที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจลาออกโดยยังไม่มีงานใหม่
หมายเหตุสำคัญเรื่องอัตรา 60% และเพดาน 17,500
ปรับปรุง 14 ตุลาคม 2569: เพดาน 17,500 บาทยืนยันแล้ว ส่วนอัตรา 60% ยังมีข้อมูลขัดกัน
อัตรา 60% กรณีถูกเลิกจ้าง — สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่ามีกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ปรับจาก 50% เป็น 60% มีผลปลายเดือนมิถุนายน 2568 แต่หน้าหลักเกณฑ์บน sso.go.th ที่เราตรวจยังแสดง 50% อยู่ ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้โทร 1506 ยืนยันก่อน
เพดาน 17,500 บาท — ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 (ฐานเศรษฐกิจ) ตารางข้างบนจึงใช้เพดานใหม่แล้ว ส่วนแถว 15,000 บาทยังมีไว้สำหรับคนที่ฐานเงินสมทบอยู่ระดับนั้น ถ้าคุณว่างงานก่อนปี 2569 ตัวเลขของคุณจะคิดบนเพดานเดิม 15,000 บาท
อ่านความแตกต่างเรื่องเงินชดเชยอื่นๆ ระหว่างสองกรณีได้ที่ ลาออกเองกับถูกเลิกจ้าง ต่างกันยังไง
ขั้นตอนขึ้นทะเบียน
- ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานออนไลน์ ที่ระบบของกรมการจัดหางาน (e-service.doe.go.th) ภายใน 30 วันหลังวันทำงานวันสุดท้าย
- ยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7) พร้อมสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
- รายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ตามเดือนที่นัด (รายงานวันใดก็ได้ภายในเดือนนั้น)
- รอการโอนเงินเข้าบัญชี — สำนักงานประกันสังคมระบุว่าขึ้นกับรอบการตัดจ่าย ไม่ได้ประกาศกรอบเวลาตายตัวไว้
เตรียมเอกสารพร้อมตั้งแต่วันทำงานวันสุดท้าย จะทำให้ขั้นตอนนี้จบในครั้งเดียว
- แบบ สปส. 2-01/7
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่จะให้โอนเงินเข้า
- หนังสือรับรองการออกจากงาน หรือคำสั่งของนายจ้าง (ถ้ามี) ที่ระบุวันเริ่มงานและวันสุดท้ายชัดเจน
โฆษณา
มาตรา 39 — และเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนสมัคร
หลังพ้นสภาพลูกจ้าง ความคุ้มครองบางกรณียังต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง จากนั้นถ้าไม่มีนายจ้างใหม่ สิทธิจะสิ้นสุด ทางเลือกคือสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่ออยู่ในระบบต่อ
- ยื่น แบบ สปส. 1-20 ด้วยตนเอง ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ออกจากงาน — เลยกำหนดแล้วสมัครย้อนหลังไม่ได้
- คุณสมบัติ: เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
- จ่ายเงินสมทบเอง เดือนละ 432 บาท (คิดจากฐาน 4,800 บาท อัตรา 9% เท่ากันทุกคน ไม่ว่าเงินเดือนเดิมเท่าไหร่)
- มาตรา 39 คุ้มครอง 6 กรณี — เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ — ไม่มีกรณีว่างงาน
ข้อที่ควรคิดก่อนสมัคร: ฐาน 4,800 บาทของมาตรา 39 ต่ำกว่าฐานเดิมตอนเป็นมาตรา 33 มาก ซึ่งจะดึงค่าเฉลี่ยที่ใช้คำนวณบำนาญชราภาพลงด้วย ถ้าตั้งใจจะกลับเข้าทำงานประจำในเวลาไม่นาน การชั่งน้ำหนักตรงนี้สำคัญกว่าที่คิด
สิทธิอื่นที่ควรเก็บให้ครบก่อนออกจากที่ทำงาน
เงินว่างงานเป็นแค่ส่วนเดียว สิ่งเหล่านี้ขอตอนยังอยู่ง่ายกว่าตามทีหลังมาก
- หนังสือรับรองการทำงาน (ใบผ่านงาน) เป็นสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585 ไม่ว่าจะลาออกเองหรือถูกให้ออก และไม่ว่าจะจากกันด้วยดีหรือไม่
- ค่าจ้างงวดสุดท้ายต้องได้ครบ นายจ้างหักเงินจากค่าจ้างได้เฉพาะรายการที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 ระบุไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นรายการปิด การหักนอกเหนือจากนั้นมีโทษทางอาญา
- เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี) ตรวจเงื่อนไขการรับคืนหรือโอนย้ายไปกองทุนใหม่กับ HR ก่อนวันสุดท้าย
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ใช้ตอนยื่นภาษีปลายปี ขอพร้อมใบผ่านงานทีเดียวจบ
▍คำถามที่พบบ่อย
ลาออกเองได้เงินว่างงานจริงไหม หรือได้แค่คนถูกเลิกจ้าง?
ได้จริง แต่คนละอัตรา ลาออกเองได้ 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 90 วัน ส่วนคนถูกเลิกจ้างได้ในอัตราสูงกว่าและนานกว่า อัตรา 30% ของคนลาออกเองไม่ได้ถูกปรับขึ้นในการแก้กฎกระทรวงเมื่อปี 2568
ต้องรอ 8 วันก่อนถึงจะขึ้นทะเบียนได้ไหม?
ไม่ต้องรอ ขึ้นทะเบียนได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่ว่าง เงื่อนไข 8 วันคือวันที่สิทธิเริ่มเกิด ไม่ใช่วันที่เริ่มขึ้นทะเบียนได้ และยิ่งขึ้นทะเบียนเร็ว ยิ่งรักษาสิทธิย้อนไปถึงวันที่ 8 ได้แน่นอน
ขึ้นทะเบียนเกิน 30 วันแล้ว ยังได้อะไรอยู่ไหม?
ยังได้ แต่สิทธิจะเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียนจริง ไม่ย้อนกลับไปถึงวันที่ 8 ช่วงเวลาที่ปล่อยผ่านไปนั้นหายไปเลย
ทำงานยังไม่ครบ 6 เดือน ลาออกแล้วขอรับสิทธิ์ได้ไหม?
ไม่ได้ ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน
รับเงินทดแทนอยู่ แล้วได้งานใหม่ก่อนครบกำหนด ต้องแจ้งไหม?
ต้องแจ้ง สิทธิ์สิ้นสุดทันทีที่กลับเข้าทำงาน การไม่แจ้งอาจถือเป็นการรับเงินเกินสิทธิ์และต้องคืนภายหลัง
เงินเข้าบัญชีกี่วันหลังรายงานตัว?
สำนักงานประกันสังคมไม่ได้ประกาศกรอบเวลาตายตัว ระบุเพียงว่าขึ้นอยู่กับรอบการตัดจ่าย ตัวเลข "7-10 วันทำการ" ที่พบตามเว็บทั่วไปเป็นประสบการณ์ของผู้ใช้ ไม่ใช่ตัวเลขทางการ
ลาออกไปแล้ว ทำไมยังมีเงินเข้าบัญชีจากที่ทำงานเก่าอีก?
ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ตกค้างจากการตัดรอบเงินเดือน เช่น ค่าจ้างวันทำงานที่เลยรอบตัด ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชั่น หรือเบี้ยต่างๆ ที่จ่ายตามหลังในรอบถัดไป บางบริษัทจ่ายเงินแทนวันพักร้อนที่เหลือตามนโยบายด้วย วิธีเช็คที่ง่ายที่สุดคือดูรายการในสลิปเงินเดือนงวดนั้น ถ้ายังไม่ชัดให้ถาม HR หรือฝ่ายเงินเดือน ส่วนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมักจ่ายผ่านบริษัทจัดการกองทุนแยกต่างหาก
▍อ่านต่อ
เครื่องมือ: สร้างใบลาออก · คำนวณวันลาออก · เช็คลิสต์หลังลาออก
โฆษณา